ประกาศ บริษัท พีเคดี ออพพอร์ทูนิตี้ จำกัด

1 มิถุนายน 2566

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

 

บริษัท พีเคดี ออพพอร์ทูนิตี้ จำกัด (“PKDO” “บริษัท” “พวกบริษัท” หรือ “ของบริษัท”) เล็งเห็นถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ตามที่นิยามไว้ด้านล่างนี้) ในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ (“นโยบายฯ”) จะอธิบายการเก็บ ใช้ เปิดเผย และ/หรือโอนไปต่างประเทศของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้รับจากแหล่งต่าง ๆ ตลอดจนสิทธิของท่านและแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลดังกล่าว

1.) เกี่ยวกับบริษัท

PKDO เป็นผู้ควบคุมข้อมูลที่เก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัท พีเคดี ออพพอร์ทูนิตี้ จำกัด เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศไทย มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่
เลขที่ 304 อาคารวานิช เพลส อารีย์ ชั้น 22
ยูนิต 2201,2202,2203 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. 10400

2.) วิธีการติดต่อบริษัท

หากท่านต้องการสอบถามเพิ่มเติมหรือต้องการใช้สิทธิของท่านตามนโยบายฯ นี้ ท่านสามารถติดต่อบริษัทได้

เว็บไซต์ : https://www.zev-th.com/pdpa

ทางอีเมลถึงบริษัทที่ : [email protected]

ทางโทรศัพท์ติดต่อบริษัทได้ที่หมายเลข : 02-079-7789 (ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า เวลาทำการ: จันทร์ – ศุกร์ 8.30 – 17.00 น.)

ทางไปรษณีย์ถึง : บริษัท พีเคดี ออพพอร์ทูนิตี้ จำกัด (สำนักงานใหญ่)

เลขที่ 304 อาคารวานิช เพลส อารีย์ ชั้น 22

ยูนิต 2201,2202,2203 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. 10400

3.) ข้อมูลส่วนบุคคลคืออะไร

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลใดก็ตามเกี่ยวกับบุคคล ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ

4.) ข้อมูลส่วนบุคคลใดที่เก็บรวบรวม

    • 4.1) ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ของท่านกับบริษัท และบริการหรือผลิตภัณฑ์ที่ท่านต้องการจากบริษัท ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่านที่บริษัทอาจเก็บรวมรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือโอนไปยังต่างประเทศ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลส่วนบุคคลประเภทดังต่อไปนี้
      • (ก) รายละเอียดส่วนตัว เช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล เพศ อายุ อาชีพ ตำแหน่งงาน ที่ทำงาน ตำแหน่ง การศึกษา สัญชาติ วันเกิด สถานภาพทางการสมรส ข้อมูลบนบัตรที่ออกโดยรัฐบาล (เช่น เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ข้อมูลใบอนุญาตขับขี่ผลิตภัณฑ์ เป็นต้น) ลายมือชื่อ การบันทึกเสียง การบันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์ รูปถ่าย การบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด ทะเบียนบ้าน และข้อมูลประจำตัวอื่น ๆ
      • (ข) รายละเอียดที่ใช้ติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรสาร ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง ที่อยู่อีเมล LINE ID บัญชี Facebook Instagram ID และ ID อื่น ๆ จากเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์
      • (ค) รายละเอียดผลิตภัณฑ์ เช่น หมายเลขประจำผลิตภัณฑ์ หมายเลขป้ายทะเบียนผลิตภัณฑ์ ยี่ห้อ รุ่น ปี สี หมายเลขเครื่องยนต์ หมายเลขตัวถังรถ ประเภทผลิตภัณฑ์ ระยะทางเป็นกิโลเมตร แบตเตอรี่ แรงดันไฟฟ้า การสึกหรอของเบรก ข้อมูลตำแหน่งและการเคลื่อนที่ (เช่น เวลา ตำแหน่ง ความเร็ว) รายละเอียดการประกันภัยผลิตภัณฑ์ รายละเอียดของอุปกรณ์เสริม เช่น อุปกรณ์รับส่งสัญญาณ ซิมการ์ด รายละเอียดข้อมูลที่ได้รับจากการใช้บริการ ข้อมูล GPS และตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่นข้อมูลการบำรุงรักษา และข้อมูลการซ่อมแซม เป็นต้น
      • (ง) รายละเอียดธุรกรรม เช่น รายละเอียดการชำระเงิน วันที่และ/หรือเวลาที่ชำระเงิน จำนวนเงินที่ชำระ วิธีการชำระ รายละเอียดเกี่ยวกับการขอเงินคืน การลงทะเบียน ดอกเบี้ย ค่างวดและจำนวนงวด แบบฟอร์มขอใช้บริการ ใบจองซื้อ ใบตอบรับ ลายมือชื่อผู้รับ ใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้ ธุรกรรม ประวัติธุรกรรม สถานะธุรกรรม และรายละเอียดอื่น ๆ ของบริการหรือผลิตภัณฑ์ที่ท่านซื้อ
      • (จ) รายละเอียดด้านการตลาดและการสื่อสาร เช่น ตัวเลือกของท่านในการรับข้อมูลทางการตลาดจากบริษัท บริษัทในเครือ บริษัทคู่ค้า และตัวเลือกในการติดต่อสื่อสารของท่าน
      • (ช) รายละเอียดประวัติ เช่น บัญชีผู้ใช้บริการ ชื่อลงทะเบียนเข้าใช้หรือชื่อผู้ใช้ Application รายละเอียดประวัติการใช้บริการและผลิตภัณฑ์ของบริษัท ภาพถ่าย ประวัติการติดต่อ ประวัติการร้องเรียน ความสนใจของท่าน ความต้องการ คำติชม และคำตอบในแบบสอบถามความพึงพอใจ
      • (ซ) รายละเอียดทางเทคนิค เช่น ที่อยู่อินเทอร์เน็ตโพรโทคอล (Internet Protocol : IP) ประเภทและเวอร์ชั่นของเบราว์เซอร์ พฤติกรรมและรูปแบบการสืบค้นของท่าน คุกกี้ รหัสอุปกรณ์ (Device ID) รุ่นอุปกรณ์และประเภทของอุปกรณ์ ระยะเวลาและสถานที่ที่เข้าถึง
    • 4.2) การให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่น เช่น ชื่อ นามสกุล รายละเอียดที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์สำหรับการติดต่อฉุกเฉินแก่บริษัท หรือสมาชิกครอบครัวที่ใช้รถของท่าน ท่านต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าท่านมีอำนาจที่จะกระทำได้และบริษัทได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลเหล่านั้นตามนโยบายฯ นี้ โปรดให้นโยบายฯ นี้แก่บุคคลเหล่านั้นเพื่อให้รับทราบและ/หรือขอความยินยอม (หรือใช้ฐานทางกฎหมายอื่น ๆ เป็นข้อยกเว้นความยินยอม) ให้ส่งมอบข้อมูลดังกล่าวให้แก่บริษัทตามนโยบายฯ นี้
  • 4.3) บริษัทจะไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลประเภทที่มีความอ่อนไหว เช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ เป็นต้น เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้บริษัททำได้ หรือเมื่อท่านให้ความยินยอมไว้โดยชัดแจ้ง

ท่านจะต้องทำการตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่ให้ไว้เป็นข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นจริง

5.) วิธีการรับและเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจได้รับและเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยวิธีการต่าง ๆ ดังนี้

    • (ก) ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้แก่บริษัท: ท่านอาจให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บริษัทโดยตรง จะมีขึ้นเมื่อท่านติดต่อบริษัทเมื่อต้องการสอบถามข้อมูล กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มออนไลน์หรือกรอกเอกสาร การสมัครสมาชิกหรือลงทะเบียนเพื่อการรับหรือขอทราบข้อมูลผลิตภัณฑ์ บริการ หรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากบริษัท หรือเมื่อท่านแสดงความคิดเห็นกลับมายังบริษัท
    • (ข) ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมจากท่านโดยอัตโนมัติ: บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลทางเทคนิคบางประการเกี่ยวกับอุปกรณ์ของท่าน พฤติกรรมและรูปแบบการสืบค้นของท่าน ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บโดยคุกกี้ (Cookies) และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่คล้ายกัน โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบก่อนการใช้งาน
    • (ค) ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากบุคคลภายนอก: บางครั้งบริษัทจะได้รับข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่านจากผู้อื่น เช่น บริษัทในเครือ ผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ผู้ให้บริการของบริษัท หรือบริษัทคู่ค้าของบริษัท หากบริษัทเหล่านั้นได้รับอนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บริษัทตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าว และ/หรือซึ่งท่านได้เคยให้ความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลไว้กับบุคคลดังกล่าวแล้วแต่กรณี

6.) วัตถุประสงค์และฐานกฎหมายในการรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

6.1)บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ต่อไปนี้ (เรียกรวมกันว่า “วัตถุประสงค์”)

  • (ก) เพื่อจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการให้แก่ท่าน: เพื่อบริหารจัดการ เข้าทำสัญญาและปฏิบัติหน้าที่ของบริษัทตามสัญญา หรือข้อผูกพันใด ๆ ก็ตามที่บริษัทมีร่วมกับท่าน หรือองค์กรที่ท่านเป็นตัวแทน เช่น การทดลองใช้งาน การส่งมอบผลิตภัณฑ์ การปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายผลิตภัณฑ์ บริการที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงิน ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบ การยืนยัน และการยกเลิกธุรกรรม การรับประกันผลิตภัณฑ์ การเจรจาประกันภัยและบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับประกันภัย การลงทะเบียนให้บริการที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ การให้บริการหลังการขาย เพื่อระบุตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของท่าน การให้บริการ แก่ท่าน เช่น บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน บริการอำนวยความสะดวกและแก้ปัญหาต่าง ๆ พร้อมตรวจสอบประวัติและข้อมูลผลิตภัณฑ์ เพื่อประมวลผลการจ่ายเงินการใช้บริการ ออกใบเสร็จ จำนวนเงินที่ค้างชำระ ใบแจ้งหนี้ และหลักฐานการซื้อ เพื่อ การให้สิทธิประโยชน์ รวมถึงการให้บริการอื่น ๆ ตามที่บริษัท และผู้แทนจำหน่าย มีฐานะเป็นผู้ให้บริการ หรือได้รับการร้องขอจากท่าน เป็นต้น
  • (ข) การลงทะเบียนและการยืนยันตัวตน: เพื่อดำเนินการตรวจสอบและยืนยันตัวของท่าน ในการลงทะเบียนและเข้ารับบริการต่าง ๆ จากบริษัท
  • (ค) เพื่อปรับปรุงการดำเนินธุรกิจ ผลิตภัณฑ์และบริการ: เพื่อการประเมิน วิเคราะห์ จัดการ ปรับปรุง ดำเนินการวิจัย วางแผน ทำแบบสำรวจและวิเคราะห์เชิงสถิติ เพื่อนำไปพัฒนาระบบ คุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และการให้บริการของบริษัท เช่น ความพึงพอใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ความพึงพอใจเกี่ยวกับการขายผลิตภัณฑ์หรือการให้บริการของผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เพื่อประเมินประสิทธิภาพในเรื่องผลิตภัณฑ์ สื่อดิจิทัล และแคมเปญทางการตลาดของบริษัท รูปแบบและกระแสความนิยมด้านการบริโภค พฤติกรรม เป็นต้น รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับความชอบและความสนใจของท่านในผลิตภัณฑ์หรือการบริการของบริษัท หรือเพื่อสร้างรายงานแบบรวมและเป็นนิรนาม เพื่อทราบถึงปัญหาและวิธีการแก้ไข หรือเพื่อการฝึกอบรมพนักงาน และการประเมินผลงานของพนักงาน เพื่อปรับปรุงธุรกิจ ผลิตภัณฑ์และบริการ
  • (ง) เพื่อจัดการความสัมพันธ์กับท่าน: เพื่อติดต่อสื่อสารกับท่านเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการที่ท่านได้รับจากบริษัท บริษัทในเครือ ผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ผู้ให้บริการของบริษัท หรือจากบริษัทคู่ค้าของบริษัท เพื่อแจ้งเตือนท่านรวมไปถึงแจ้งเตือนการต่ออายุใช้งาน เพื่อประมวลผลและอัปเดตข้อมูลของท่านในฐานะสมาชิกของบริษัท เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ท่านใช้งาน จัดเตรียมรายงานการเดินทางและตรวจสอบสถานะและข้อมูลผลิตภัณฑ์ เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าของบริษัท เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ท่านในการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อการดำเนินการให้ความช่วยเหลือ ประสานงาน รับฟังความคิดเห็น หรือการตอบข้อซักถามที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท
  • (จ) การตลาดและการสื่อสาร: เพื่อการแจ้งข้อมูลข่าวสาร การประชาสัมพันธ์ การสื่อสาร และการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์หรือการให้บริการของบริษัทและ/หรือ ผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ผู้ให้บริการของบริษัท บริษัทคู่ค้า เพื่อส่งจดหมายเชิญให้ท่านร่วมงานกิจกรรมของบริษัท ผ่านช่องทางการติดต่อของบริษัทและ/หรือ ผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ผู้ให้บริการของบริษัท บริษัทคู่ค้า ได้แก่ เว็บไซต์ อีเมล โทรศัพท์ โทรสาร ไปรษณีย์ SMS MMS หรือสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เป็นต้น
  • (ฉ) การจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ: เพื่อดูแลจัดการ การดำเนินงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดการระบบการสื่อสาร การรักษาและตรวจสอบความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการตรวจสอบความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดการธุรกิจเพื่อการปฏิบัติตามข้อกำหนด นโยบาย และกระบวนการภายใน
  • (ช) การปฏิบัติตามกฎหมาย: เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ กฎเกณฑ์ คำสั่ง ข้อกำหนดและหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท
  • (ซ) ความเสี่ยง: เพื่อการจัดการความเสี่ยงตรวจสอบประสิทธิภาพ และประเมินความเสี่ยง
  • (ฌ) การปกป้องผลประโยชน์ของบริษัท: เพื่อวัตถุประสงค์ด้านความมั่นคงปลอดภัย เช่น การถ่ายภาพ และ บันทึกวีดีทัศน์ เพื่อใช้สิทธิของบริษัทและปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทเมื่อจำเป็นและชอบด้วยกฎหมาย ตัวอย่างเช่น เพื่อตรวจจับ ป้องกัน และตอบสนองต่อข้อร้องเรียน เพื่อจัดการและป้องกันการสูญเสียทรัพย์สิน เพื่อตรวจจับและป้องกันการกระทำผิดภายในสถานที่หรือระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัท
  • (ญ) การตรวจจับการทุจริต: เพื่อพิสูจน์ตัวตนของท่าน เพื่อตรวจสอบว่ามีการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบอื่นๆ (เช่น เพื่อปฏิบัติตามกฎด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และป้องกันการทุจริต) รวมถึงการทำการตรวจสอบและบันทึกเป็นการภายใน การจัดการทรัพย์สิน ฐานข้อมูลด้านการทุจริต ระบบ และการควบคุมธุรกิจอื่นๆ
  • (ฎ) ธุรกรรมองค์กร: ในกรณีของการขาย การโอน การควบรวม การฟื้นฟูกิจการ หรือกรณีอื่นที่คล้ายกัน บริษัทอาจส่งหรือโอนข้อมูลของท่านให้กับบุคคลที่สามหนึ่งฝ่ายหรือมากกว่าในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการดังกล่าว
  • (ฏ) ชีวิต: เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

6.2) บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้หลักเกณฑ์หรือฐานทางกฎหมาย ประการใดประการหนึ่งต่อไปนี้

  • (ก) เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่บริษัทอยู่ภายใต้บังคับ
  • (ข) เพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่ท่าน หรือองค์กรที่ท่านเป็นตัวแทน เป็นคู่สัญญากับบริษัทหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญานั้น
  • (ค) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบตามกฎหมายของบริษัทและของบุคคลภายนอก
  • (ง) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
  • (จ) เพื่อประโยชน์สาธารณะ สำหรับการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือการใช้สิทธิของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
  • (ฉ) ในกรณีที่จำเป็นต้องอาศัยความยินยอมจากท่านสำหรับกิจกรรมบางประเภทซึ่งเกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทจะขอความยินยอมจากท่านก่อนการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

6.3) ในกรณีที่บริษัทอาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อการดำเนินการอย่างอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น บริษัทจะมีหนังสือบอกกล่าวให้แก่ท่านเพื่อทราบเพิ่มเติม โดยจะระบุถึงข้อมูลที่ใช้เกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวและจะดำเนินการขอความยินยอมจากท่านก่อนในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอมจากท่าน

6.4) ในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา แล้วท่านไม่สามารถให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทเมื่อมีการร้องขอ บริษัทอาจไม่สามารถปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องข้างต้นได้

7.) การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

    • 7.1) บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลภายนอกซึ่งเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อวัตถุประสงค์ตามนโยบายฯ ฉบับนี้ โดยท่านสามารถอ่านนโยบายส่วนบุคคลของบุคคลภายนอกเหล่านั้นเพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการที่บุคคลภายนอกดังกล่าวเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ ซึ่งท่านเองก็ตกอยู่ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวเหล่านั้นแยกต่างหากด้วยเช่นกัน
    • 7.2) บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้วัตถุประสงค์ ให้แก่บุคคลที่สามดังต่อไปนี้
      • (ก) เนื่องจากบริษัทอาจมีความจำเป็นต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบริษัทในเครือ และ/หรือคู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ
      • (ข) ผู้ให้บริการของบริษัท: บริษัทอาจแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้ให้บริการหรือผู้จัดหาผลิตภัณฑ์บริการจากภายนอกเพื่อให้บริการต่าง ๆ แทนบริษัทหรือเพื่อช่วยในการจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการให้แก่
      • (ค) บริษัทคู่ค้าของบริษัท: ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ธุรกิจสถาบันการเงิน ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจโทรคมนาคม ธุรกิจร้านอาหาร เป็นต้น ที่บริษัทอาจร่วมเสนอหรือเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการให้แก่ท่าน
      • (ง) บุคคลภายนอกตามที่กฎหมายกำหนด: ในบางกรณี บริษัทอาจต้องเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือกฎข้อบังคับ ซึ่งรวมถึง การปฏิบัติตามหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย ศาล เจ้าพนักงาน หน่วยงานรัฐ หรือบุคคลภายนอกอื่น ๆ ในกรณีที่บริษัทเชื่อว่าจำเป็นจะต้องปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมายหรือกฎข้อบังคับทางกฎหมาย หรือเพื่อการปกป้องสิทธิของบริษัท สิทธิของบุคคลอื่น หรือเพื่อความปลอดภัยของบุคคล หรือเพื่อตรวจสอบ ป้องกัน หรือจัดการเกี่ยวกับปัญหาการทุจริต หรือด้านความมั่นคงหรือความปลอดภัย
      • (จ) ที่ปรึกษา: ซึ่งรวมถึงทนาย เจ้าหน้าที่เทคนิค และผู้ตรวจสอบบัญชีที่ช่วยเหลือในการดำเนินธุรกิจของบริษัท และใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายและต่อสู้สิทธิเรียกร้องในทางกฎหมาย
      • (ฉ) ผู้รับโอนสิทธิและ/หรือหน้าที่: ในกรณีของการฟื้นฟูกิจการ การควบรวมกิจการ การโอนธุรกิจไม่ว่าทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง การขาย การซื้อ การดำเนินกิจการร่วมค้า การมอบ การโอน หรือการจำหน่วยส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของธุรกิจ ทรัพย์สิน หรือหุ้น หรือธุรกรรมอื่นที่คล้ายกัน
    • 7.3) บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกในกรณีที่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาต ดังนั้นหากกฎหมายกำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากท่าน บริษัทจะขอความยินยอมจากท่านก่อน

8.) การโอนและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

    • 8.1) เนื่องจากบริษัท อาจมีการโอนหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านระหว่างบริษัทในเครือ และ/หรือคู่ค้า พันธมิตร เพื่อการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้วัตถุประสงค์ข้างต้น เพื่อให้ท่านสามารถเข้าถึงบริการของบริษัท เพื่อให้การดูแลลูกค้า เพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับการปรับปรุงบริการ เพื่อการพัฒนาเนื้อหา หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ที่ระบุในนโยบายฯ นี้
    • 8.2) เมื่อมีการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบริษัทในเครือ และ/หรือคู่ค้า พันธมิตร บริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงบริษัทจะปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยเพื่อให้แน่ใจว่ามีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระดับที่เพียงพอ และบริษัทจะตรวจสอบให้แน่ใจด้วยว่า ผู้รับโอนข้อมูลในต่างประเทศจะให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยมาตรฐานการคุ้มครองที่เทียบเท่ากับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายของประเทศไทยเช่นเดียวกัน หากจำเป็น
    • 8.3) ในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นในการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ หากบริษัทพบว่ามาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในต่างประเทศนั้นไม่เพียงพอตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่คณะกรรมการประกาศกำหนด บริษัทจะขอความยินยอมจากท่านหรืออาศัยฐานทางกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งอนุญาตให้กระทำได้เพื่อโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านออกนอกประเทศไทย

9.) ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล

    • 9.1) บริษัทจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็น เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในนโยบายนี้ และตามหน้าที่ของบริษัทภายใต้กฎหมาย โดยหลังจากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่มีความจำเป็นหรือไม่มีกฎหมายให้สามารถเก็บได้อีกต่อไป บริษัทจะลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้น โดยไม่ต้องแจ้งให้ท่านทราบ
    • 9.2) ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่จะนำข้อมูลส่วนบุคคลมาใช้เป็นระยะเวลาสั้น ๆ เช่น เพื่องานใดงานหนึ่งเป็นการเฉพาะ กิจกรรมทางการตลาด หรือเพื่อวัตถุประสงค์ในการสรรหาบุคลากร บริษัทอาจลบหรือทำลายข้อมูลนั้นหลังสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว
    • 9.3) ท่านมีสิทธิที่จะให้บริษัทลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ในบางกรณี เว้นแต่บริษัทมีความจำเป็นที่จะต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตามกฎหมายกำหนด

10.) นโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้เยาว์ บุคคลเสมือนไร้ความสามารถและบุคคลไร้ความสามารถ

ผลิตภัณฑ์ บริการและเว็บไซต์ของบริษัทไม่ได้มีเป้าหมายหรือเจตนาที่จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้เยาว์ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี บุคคลเสมือนไร้ความสามารถ และบุคคลไร้ความสามารถ หากท่านเป็นผู้เยาว์ บุคคลเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลไร้ความสามารถซึ่งต้องการจะติดต่อดำเนินการกับบริษัท ท่านต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองตามที่กฎหมายกำหนด ผู้พิทักษ์ตามกฎหมายหรือผู้อนุบาลก่อนที่จะติดต่อบริษัทหรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บริษัท

11.) ผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ PKDO

PKDO และผู้แทนจำหน่ายเป็นนิติบุคคลแยกจากกันและต่างมีนโยบายความเป็นส่วนตัวของตนเอง หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวทางปฎิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้แทนจำหน่าย รวมไปถึงหากท่านไม่ต้องการรับการแจ้งข้อมูลข่าวสาร การประชาสัมพันธ์ การสื่อสาร และการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์หรือการให้บริการของผู้แทนจำหน่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท กรุณาติดต่อไปที่ผู้แทนจำหน่ายนั้นโดยตรง

เมื่อท่านซื้อผลิตภัณฑ์จากผู้แทนจำหน่าย ผู้แทนจำหน่ายจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บริษัท ผู้แทนจำหน่ายและบริษัทต่างเป็นนิติบุคคลแยกจากกันและท่านควรอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้แทนจำหน่ายเพื่อให้มั่นใจว่าท่านเข้าใจแนวทางและวิธีปฎิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้แทนจำหน่ายนั้นๆ นอกจากนี้ เนื่องจากโดยทั่วไปผู้แทนจำหน่ายมักเป็นช่องทางแรกในการติดต่อของท่าน ผู้แทนจำหน่ายจึงเป็นผู้ที่สามารถให้คำตอบแก่ท่านเกี่ยวกับแนวทางปฎิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ และแม้ PKDO จะสนับสนุนให้ผู้แทนจำหน่ายตรวจสอบให้มั่นใจว่าได้ปฎิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ อีกทั้งให้ข้อมูลเกี่ยวกับหน้าที่ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้แทนจำหน่ายแล้ว แต่บริษัท ไม่มีส่วนรับผิดชอบในการปฎิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องของผู้แทนจำหน่าย

12.) สิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ท่านมีสิทธิต่อไปนี้เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความครอบครองของบริษัท หากท่านประสงค์จะขอใช้สิทธิ ท่านสามารถติดต่อบริษัทได้ตามรายละเอียดในหัวข้อ “วิธีการติดต่อบริษัท” ข้างต้น

    • 12.1) สิทธิในการเข้าถึง
      • ท่านอาจขอเข้าถึงหรือขอทราบรายละเอียดของข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้แก่บริษัทได้ เว้นแต่ เป็นการปฏิเสธตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือ การเข้าถึงหรือขอทราบรายละเอียดนั้นจะส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น
    • 12.2) สิทธิในการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง
      • ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหากข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่านที่อยู่ในความครอบครองของบริษัทนั้นไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์
    • 12.3) สิทธิในการขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล
      • ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
        • (ก) ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมหรือใช้อีกต่อไป
        • (ข) ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้เพิกถอนความยินยอมให้บริษัททำการเก็บรักษา ใช้ และเปิดเผย และบริษัทได้ทำการตรวจสอบแล้ว ไม่มีเหตุตามกฎหมายที่บริษัทจะสามารถเก็บรวบรวมหรือใช้อีกต่อไป
        • (ค) ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ทำการคัดค้านมิให้บริษัททำเก็บรวบรวมหรือใช้อีกต่อไป และบริษัทไม่สามารถปฏิเสธคำขอคัดค้านโดยอาศัยข้อยกเว้นทางกฎหมายที่มีผลใช้บังคับ
        • (ง) ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง
        • (จ) ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นมีการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
      •  
      •  

ท่านมีสิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้ข้างต้น เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย เช่น การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลนั้นมีความจำเป็นตามวัตถุประสงค์เพื่อการปฏิบัติตามสัญญา หรือเพื่อวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ปฏิบัติตาม ใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือยกขึ้นต่อสู้ข้อสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายกำหนดไว้

    • 12.4) สิทธิในการจำกัดการใช้
      • ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ในกรณีดังต่อไปนี้
        • (ก) ท่านได้ขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และบริษัทอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบคำขอของท่าน
        • (ข) ท่านได้ขอให้ระงับการใช้ข้อมูลที่บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยมิชอบ แทนการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว
        • (ค) บริษัทหมดความจำเป็นในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม แต่ท่านมีความจำเป็นต้องขอให้บริษัทเก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์ของท่าน
        • (ง) ท่านได้คัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอาศัยหรืออ้างประโยชน์สาธารณะ หรือการใช้อำนาจรัฐ หรือประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย และบริษัทอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบคำขอของท่าน
        • (จ) ท่านได้คัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอาศัยหรืออ้างการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ (หากมี) และบริษัทอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบคำขอของท่าน
    • 12.5) สิทธิในการคัดค้าน
      • ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
        • (ก) เป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือของบุคคลอื่น
        • (ข) เป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่บริษัท
        • (ค) กรณีที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดแบบตรง
        • (ง) เป็นการดำเนินการเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ (หากมี)
      •  
      •  
      •  

หากท่านใช้สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ท่านมีสิทธิแจ้งความประสงค์ว่าจะให้บริษัทลบหรือจำกัดการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพิ่มเติมได้

    • 12.6) สิทธิในการโอนย้าย
      • ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้ โดยขอให้บริษัทส่งข้อมูลดังกล่าวให้ท่านในรูปแบบเอกสารหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์โดยวิธีการอัตโนมัติได้ เว้นแต่ การขอโอนย้ายข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการได้ภายใต้ข้อจำกัดของวิธีการของบริษัท
    • 12.7) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม
      • ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยได้ หากเป็นกรณีที่ท่านได้เคยให้ความยินยอมไว้กับบริษัท เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมาย หรือการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาของบริษัทที่เป็นประโยชน์แก่ท่าน ทั้งนี้ การถอนความยินยอมของท่านจะไม่ส่งผลกระทบต่อ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไปแล้ว
    • 12.8) สิทธิในการร้องเรียน
      • ท่านมีสิทธิร้องเรียนเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ ในกรณีที่พบว่าบริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยท่านสามารถร้องเรียนได้ผ่านช่องทางการติดต่อของบริษัท และท่านอาจร้องเรียนกรณีดังกล่าวไปยังคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้

อย่างไรก็ดี บริษัทฯ อาจปฏิเสธการใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้นของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย บริษัท จะจัดให้มีช่องทางเพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อมายังบริษัทฯ เพื่อดำเนินการยื่นคำร้องขอดำเนินการตามสิทธิข้างต้นได้ ในกรณีที่บริษัทฯ ปฏิเสธคำร้องขอข้างต้น บริษัทฯ จะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่บริษัทฯ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ลูกจ้างหรือ ผู้รับจ้างของบริษัท ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติดังกล่าว

13.) การแก้ไขนโยบายฯ นี้

13.1) บริษัทอาจแก้ไขนโยบายฯ นี้เป็นครั้งคราวเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่เปลี่ยนแปลงไป และเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายที่บังคับใช้ โดยบริษัทจะแจ้งนโยบายที่เปลี่ยนแปลงให้ท่านทราบผ่านช่องทางการติดต่อของบริษัท

13.2) บริษัทจะใช้นโยบายฯ ฉบับล่าสุด สำหรับอ้างอิงวิธีการในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

นโยบายฯ นี้มีผลบังคับวันที่ 1 มิถุนายน 2566 และให้ใช้แทนนโยบายความเป็นส่วนตัวต่าง ๆ ที่บริษัทกำหนดมาก่อนหน้านี้ทั้งหมด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ Cookies policy และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • การวิเคราะห์ข้อมูลผ่าน Google Analytics

    เพื่อวิเคราะห์การใช้งาน รูปแบบการใช้งานเว็บไซต์

บันทึกการตั้งค่า